เงินประกันสังคมตอนเกษียณ เราควรเลือกแบบบำเหน็จหรือบำนาญดี ?

man and woman sitting on bench facing sea

 สิ่งที่ทำให้คนวัยเก๋าหลายๆ คน รู้สึกสับสนเป็นอย่างมากเลยก็คือ “เงินประกันสังคมตอนเกษียณ” ว่าท้ายที่สุดแล้ว เราควรจะเลือกแบบบำเหน็จหรือแบบบำนาญดี ? เนื่องจากเงินประกันสังคมตอนเกษียณทั้ง 2 แบบ ล้วนมีข้อดี – ข้อเสียที่แตกต่างกันออกไป เพราะฉะนั้นในวันนี้เราจึงมากล่าวถึงรายละเอียดของเงินบำเหน็จและเงินบำนาญกัน เพื่อที่คุณจะได้นำข้อมูลรายละเอียดต่างๆ ไปพิจารณาประกอบการตัดสินใจ ซึ่งเรารับรองเลยว่าคุณจะได้คำตอบที่เหมาะสมกับ Lifestyle การใช้ชีวิตของคุณอย่างแน่นอน!

บำเหน็จ

เงินประกันสังคมตอนเกษียณแบบแรกก็คือ “แบบบำเหน็จ” ซึ่งอย่างที่หลายๆ คน คงจะทราบดีว่าการรับเงินบำเหน็จนั้นคุณจะได้รับเงินแบบก้อนเดียวจบ! โดยหลักการคำนวณเงินบำเหน็จนั้นก็จะเอา เงินเดือนเดือนสุดท้ายที่ได้รับ x จำนวนปีที่รับราชการ อาทิเช่น เงินเดือนเดือนสุดท้าย 25,000 บาท รับราชการมาแล้ว 20 ปี คุณจะได้รับเงินบำเหน็จเป็นจำนวนเงิน 500,000 บาท (25,000 เงินเดือน x 20 ปีที่รับราชการ)

ผู้ที่สามารถรับเงินบำเหน็จได้

1.ผู้ที่ลาออกจากราชการมีอายุครบ 10 ปี แต่ไม่ถึง 25 ปีบริบูรณ์

2.ในกรณีที่มีอายุราชการไม่ถึง 10 ปีบริบูรณ์ ก็มีสิทธิ์ที่จะได้รับเงินบำเหน็จแต่จะต้องมีเหตุผล ดังนี้

2.1 ออกจากราชการเพราะเหตุทุพพลภาพ

2.2 ราชการให้ออกด้วยเหตุผลทดแทน

3.ผู้ที่ลาออกจากราชการเมื่ออายุ 50 ปี บริบูรณ์

ข้อดี  -ข้อเสีย ของเงินบำเหน็จ

ผู้ที่เลือกเงินประกันสังคมตอนเกษียณแบบบำเหน็จจะได้รับเงินเป็นก้อน ซึ่งสามารถนำไปลงทุนทำธุรกิจได้ทันที หรือเรียกง่ายๆ ว่ามีเงินก้อนเอาไว้ตั้งตัวสำหรับชีวิตวัยเกษียณ แต่! ในกรณีที่คุณไม่มีการวางแผนการใช้เงิน ก็อาจจะทำให้เงินก้อนบำเหน็จหมดไปอย่างง่ายดาย และแน่นอนว่ามันจะทำให้คุณเดือดร้อนทางด้านการเงินในอนาคต ซึ่งถือว่าเป็นข้อเสียของการรับเงินบำเหน็จนั่นเอง

บำนาญ

เงินประกันสังคมตอนเกษียณแบบที่ 2 ก็คือ “แบบบำนาญ” ซึ่งการรับเงินบำนาญนั้นก็คือ คุณจะได้รับเงินระยะยาวไปเรื่อยๆ จนกว่าจะเสียชีวิต หรือถ้าหากคุณเสียชีวิตไปแล้วคู่สมรสหรือบุตร(ทายาท) จะได้รับเงินก้อนเป็นจำนวน 30 เท่าของเงินบำนาญ ซึ่งวิธีการคำนวณเงินบำนาญก็คือเอา เงินเดือนที่ได้รับเดือนสุดท้าย x จำนวนปีที่รับราชการ และหารด้วย 50 ก็จะเท่ากับเงินที่คุณจะได้รับในทุกๆ เดือน อาทิเช่น เงินเดือนเดือนสุดท้าย 25,000 บาท รับราชการมาแล้ว 20 ปี คุณจะได้รับเงินบำนาญต่อเดือนอยู่ที่ 10,000 บาท (25,000 เงินเดือน x 20 ปีที่รับราชการ) หาร 50)

ผู้ที่สามารถรับเงินบำนาญได้

1.ผู้ที่มีอายุราชการ 10 ปีบริบูรณ์ขึ้นไป

2.ผู้มีอายุครบวัยเกษียณอายุ (60 ปี)

3.ผู้ที่ลาออกจากราชการเมื่อมีอายุครบ 50 ปีบริบูรณ์

4.หากคุณจะต้องโดนให้ออกจากราชการ อันเนื่องมาจากเหตุทุพพลภาพหรือการสูญเสียอวัยวะในส่วนใดส่วนหนึ่งของร่างกายจนคุณไม่สามารถทำงานต่อไปได้

ข้อดี – ข้อเสีย ของเงินบำนาญ

ข้อดีของเงินบำนาญก็คือ คุณจะมีรายรับเข้าบัญชีในทุกๆ เดือน ซึ่งง่ายต่อการวางแผนการใช้จ่ายต่างๆ แต่! ข้อเสียเลยก็คือ จำนวนเงินบำนาญในแต่ละเดือนนั้น อาจจะไม่ได้สูงเท่ากับในช่วงที่คุณยังทำงานอยู่ และนั่นก็อาจจะทำให้คุณประสบกับปัญหาเงินไม่พอใช้เอาได้

รายละเอียดที่เราได้กล่าวไปข้างต้นเกี่ยวกับเงินประกันสังคมตอนเกษียณไม่ว่าจะเป็นแบบบำเหน็จหรือบำนาญ ต่างก็มีข้อดี – ข้อเสียที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน ทั้งนี้การที่คุณจะเลือกรับเงินแบบไหนก็คงจะต้องขึ้นอยู่กับการใช้ชีวิตของคุณเป็นหลัก! แต่สิ่งที่จะทำให้การเงินของคุณหลังเกษียณอายุมีความมั่นคงมากยิ่งขึ้น ก็คงจะหนีไม่พ้น “การทำประกันชีวิตวัยเกษียณ” ที่เราขอบอกเลยว่า ไม่ว่าคุณจะเลือกเงินประกันสังคมตอนเกษียณแบบไหน การทำประกันชีวิตวัยเกษียณนี่แหละ! ที่จะเข้ามาช่วยให้คุณมีอิสระทางการเงินมากยิ่งขึ้น ไม่ต้องอดมื้อกินมื้อ มีเงินเข้าบัญชีในทุกๆ เดือน(หรือทุกๆ ปี) โดยคุณสามารถเข้าไปอ่านรายละเอียดของการทำประกันชีวิตวัยเกษียณจากธนาคารชั้นนำเจ้าต่างๆ ได้ที่ Rabbit Care เว็บไซต์ที่แคร์ในคุณในทุกช่วงชีวิต!